กลับหน้าหลัก

นั่งสมาธิทีไร ใจว้าวุ่นทุกที?
ทำความเข้าใจ 5 อุปสรรค (นิวรณ์)
ที่นักปฏิบัติทุกคนต้องเจอ

นั่งสมาธิกับนิวรณ์ 5

ในการเดินทางเข้าสู่ความสงบภายใน หลายครั้งที่เราตั้งใจนั่งหลับตา หวังจะพบกับความว่างเบา แต่กลับกลายเป็นว่าต้องเจอกับความคิดที่วิ่งพล่าน ความง่วงที่ถาโถม หรือความหงุดหงิดใจ

อยากให้วางใจไว้ก่อนนะครับว่า "นี่คือเรื่องธรรมดา" ไม่ใช่ความผิดพลาดของการปฏิบัติแต่อย่างใด สิ่งเหล่านี้ในทางธรรมเรียกว่า "นิวรณ์ 5" เปรียบเสมือนด่านทดสอบที่คอยกั้นไม่ให้จิตเข้าถึงความสงบ

หากเปรียบ "จิต" ของเราเหมือน "น้ำใสในตุ่ม" นิวรณ์ก็คือสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้เรามองไม่เห็นก้นตุ่ม มาลองสังเกตกันครับว่า อาการของใจทั้ง 5 แบบนี้ เปรียบได้กับอะไรบ้าง

🌬️ 1. เมื่อใจเกิดความอยาก (กามฉันทะ)

อาการที่ใจแว้บไปคิดถึงความสุขทางโลก อยากได้นั่น อยากกินนี่ เพลิดเพลินกับความคิดฟุ้งซ่านสวยงาม

🎨
เปรียบเหมือน
"น้ำที่ผสมสีฉูดฉาด" แม้น้ำจะดูมีสีสันสวยงาม แต่มันไม่ใช่ความใสที่แท้จริง สีสันเหล่านั้นบดบังสายตา ทำให้เรามองไม่เห็นความจริงที่อยู่ใต้น้ำ
🔥 2. เมื่อใจขุ่นมัว ไม่พอใจ (พยาบาท)

อาการหงุดหงิด รำคาญใจ แม้เพียงเสียงเล็กน้อย หรือหวนคิดถึงเรื่องที่ทำให้โกรธ

♨️
เปรียบเหมือน
"น้ำที่กำลังเดือดพล่าน" น้ำเดือดที่มีไอพุ่งขึ้นมา ย่อมส่องไม่เห็นเงาของตัวเอง ซ้ำร้ายไอร้อนนั้นยังลวกเราให้เจ็บปวด ความโกรธก็เช่นกัน คนแรกที่ถูกเผาไหม้ คือใจของเราเอง
💤 3. เมื่อใจหดหู่ เซื่องซึม (ถีนมิทธะ)

อาการง่วงเหงาหาวนอน ขี้เกียจ รู้สึกหนักอึ้ง มึนตื้อ เหมือนแบตหมด

🌿
เปรียบเหมือน
"น้ำที่มีจอกแหนปกคลุมหนาแน่น" น้ำนิ่งก็จริง แต่นิ่งแบบอับทึบ แสงส่องลงไปไม่ถึง จิตใจไม่มีกำลัง ไม่ตื่นรู้
🐒 4. เมื่อใจฟุ้งซ่าน (อุทธัจจกุกกุจจะ)

อาการที่ความคิดแล่นพล่าน หยุดไม่ได้ กังวลเรื่องอนาคต เสียใจเรื่องอดีต

🌊
เปรียบเหมือน
"น้ำที่ถูกลมพัดแรง หรือ ลิงที่ไม่ยอมอยู่นิ่ง" ผิวน้ำกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่นตลอดเวลา หรือเหมือนลิงที่กระโดดไปมาจนฝุ่นตลบ หาความสงบไม่ได้
5. เมื่อใจลังเลสงสัย (วิจิกิจฉา)

อาการไม่มั่นใจ สงสัยว่าทำถูกไหม ปฏิบัติแล้วจะได้ผลจริงหรือ

🟤
เปรียบเหมือน
"น้ำโคลนตมที่ขุ่นคลั่ก" น้ำขุ่นจนมืดมิด มองไม่เห็นทาง เหมือนคนหลงทางที่ยืนงงอยู่กลางสี่แยก ไม่กล้าก้าวเดินต่อไป
นิวรณ์ 5 เปรียบเทียบกับน้ำในโหล

✨ เคล็ดลับการวางใจเมื่อเจอนิวรณ์ ✨

เมื่อนิวรณ์เกิดขึ้น หน้าที่ของเราไม่ใช่การลงไป "สู้รบ" หรือ "ผลักไส" ให้เขาหายไป ยิ่งดิ้น น้ำยิ่งขุ่นครับ

👁️ ให้ทำหน้าที่เป็นเพียง "ผู้เฝ้าดู"
1. รู้ทัน

เมื่อความฟุ้งซ่านมา ให้รู้ว่า "อ๋อ... เขามาแล้วนะ" เหมือนเห็นแขกแปลกหน้าเดินผ่านหน้าบ้าน 🚶‍♂️

2. ไม่เชื้อเชิญ

เราเห็นเขา แต่ไม่ต้องเชิญเขาเข้ามานั่งคุยในบ้าน ไม่ต้องปรุงแต่งต่อว่าทำไมถึงมา

3. กลับบ้านของเรา

เมื่อรู้แล้ว ให้ค่อยๆ น้อมจิตกลับมาหาความรู้สึกตัวที่ "ลมหายใจ" 🌬️ ซึ่งเป็นบ้านที่ปลอดภัยของเรา

ขอให้ค่อยๆ ฝึกฝนด้วยใจที่เบาสบาย
เรียนรู้ความจริงที่เกิดขึ้นในกายและใจ
เพียงเท่านี้ การภาวนาก็จะราบรื่นขึ้นครับ
🙏
กลับหน้าหลัก