<< กลับ  

⁘ บทสวดทําวัตรเย็น ⁘

เสียงสวด - พระอาจารย์เอกราช เขมานนฺโท
‣ ที่มา : (Youtube) หนึ่งฤทัย บุญวงษ์

คําบูชาพระรัตนตรัย

⁕ โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
' พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น พระองค์ใด, เป็นพระอรหันต์, ดับเพลิงกิเลส, เพลิงทุกข์สิ้นเชิง, ตรัสรู้ชอบได้ โดยพระองค์เอง,
⁕ ส๎วากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม
' พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ใด, ตรัสไว้ดีแล้ว,
⁕ สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
' พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ใด , ปฏิบัติดีแล้ว,
⁕ ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง, อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อะภิปูชะยามะ
' ข้าพเจ้าทั้งหลาย, ขอบูชาอย่างยิ่ง ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น, พร้อมทั้งพระธรรม และพระสงฆ์, ด้วยเครื่องสักการะทั้งหลายเหล่านี้, อันยกขึ้นตามสมควรแล้วอย่างไร,
⁕ สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ
' ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ, พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้ ปรินิพพานนานแล้ว, ทรงสร้างคุณอันสําเร็จประโยชน์ไว้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย,
⁕ ปัจฉิมาชะนะตานุกัมปะมานะสา
' ทรงมีพระหฤทัยอนุเคราะห์แก่พวกข้าพเจ้า,อันเป็นชนรุ่นหลัง,
⁕ อิเม สักกาเร ทุคคะตะปัณณาการะภูเต ปะฏิคคัณหาตุ
' ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า จงรับเครื่อง สักการะ, อันเป็นบรรณาการของคนยากทั้งหลายเหล่านี้,
⁕ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ.
' เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย, ตลอดกาล นาน เทอญฯ

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา
' พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์, ดับเพลิงกิเลส เพลิง ทุกข์สิ้นเชิง, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง,
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ
' ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน,
(กราบ)

ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
' พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสไว้ดีแล้ว,
ธัมมัง นะมัสสามิ
' ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม,
(กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
' พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว,
สังฆัง นะมามิ
' ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์
(กราบ)

ปุพพะภาคะนะมะการะ

⁕ (หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะ เส)
' (เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความนอบน้อมอันเป็นส่วนเบื้องต้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าเถิด)
⁕ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต
' ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า, พระองค์นั้น,
⁕ อะระหะโต
' ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส,
⁕ สัมมาสัมพุทธัสสะ
' ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง.
(ว่า ๓ จบ)

พุทธานุสสติ

⁕ (หันทะ มะยัง พุทธานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส)
' (เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความตามระลึกถึงพระพุทธเจ้าเถิด)
⁕ ตัง โข ปะนะ ภะคะวันตัง เอวัง กัลยาโณ กิตติสัทโท อัพภุคคะโต
' ก็กิตติศัพท์อันงามของพระ ผู้มีพระภาคเจ้านั้น, ได้ฟุ้งไปแล้ว, อย่างนี้ว่า,
⁕ อิติปิ โส ภะคะวา
' เพราะเหตุอย่างนี้ , พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น,
⁕ อะระหัง
' เป็นผู้ไกลจากกิเลส,
⁕ สัมมาสัมพุทโธ
' เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
⁕ วิชชาจะระณะสัมปันโน
' เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ,
⁕ สุคะโต
' เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี,
⁕ โลกะวิทู
' เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง,
⁕ อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ
' เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า,
⁕ สัตถา เทวะมนุสสานัง
' เป็นครูผู้สอน ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ,
⁕ พุทโธ
' เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม,
⁕ ภะคะวาติ
' เป็นผู้มีความจําเริญ จําแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ดังนี้.

พุทธาภิคีติ

⁕ (หันทะ มะยัง พุทธาภิคีติง กะโรมะ เส)
' (เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความขับคาถา พรรณนาเฉพาะพระพุทธเจ้าเถิด)
⁕ พุทธวาระหันตะวะระตาทิคุณาภิยุตโต
' พระพุทธเจ้าประกอบด้วยคุณ, มีความประเสริฐแห่ง อรหันตคุณ เป็นต้น,
⁕ สุทธาภิญาณะกะรุณาหิ สะมาคะตัตโต
' มีพระองค์อันประกอบด้วยพระญาณ,และพระกรุณาอัน บริสุทธิ์,
⁕ โพเธสิ โย สุชะนะตัง กะมะลังวะ สูโร
' พระองค์ใด ทรงกระทําชนที่ดีให้เบิกบาน,ดุจอาทิตย์ทํา บัวให้บาน,
⁕ วันทามะหัง ตะมะระณัง สิระสา ชิเนนทัง
' ข้าพเจ้าไหว้พระชินสีห์, ผู้ไม่มีกิเลส พระองค์นั้น, ด้วยเศียรเกล้า,
⁕ พุทโธ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง
' พระพุทธเจ้า พระองค์ใด, เป็นสรณะอัน เกษมสูงสุด ของสัตว์ทั้งหลาย,
⁕ ปะฐะมานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง
' ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น, อันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์ที่หนึ่งด้วยเศียรเกล้า,
⁕ พุทธัสสาหัส๎มิ ทาโส (ทาสี) วะ พุทโธ เม สามิกิสสะโร
' ข้าพเจ้าเป็นทาส (หญิงว่า เป็นทาสี) ของพระพุทธเจ้า, พระพุทธเจ้าเป็นนาย มีอิสระเหนือข้าพเจ้า,
⁕ พุทโธ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม
' พระพุทธเจ้าเป็นเครื่องกําจัดทุกข์, และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า,
⁕ พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง
' ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้ แด่พระพุทธเจ้า,
⁕ วันทันโตหัง (ตีหัง) จะริสสามิ พุทธัสเสวะ สุโพธิตัง
' ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม, ซึ่ง ความตรัสรู้ดีของพระพุทธเจ้า,
⁕ นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธ เม สะระณัง วะรัง
' สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี, พระพุทธเจ้าเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า,
⁕ เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน
' ด้วยการกล่าวคําสัตย์นี้, ข้าพเจ้าพึงเจริญ ในพระศาสนา ของพระศาสดา,
⁕ พุทธัง เม วันทะมาเนนะ (มานายะ) ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ
' ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ ซึ่ง พระพุทธเจ้า, ได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้,
⁕ สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา
' อันตรายทั้งปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าด้วยเดช แห่งบุญนั้น.

(กราบหมอบลงว่า)
⁕ กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา
' ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี,
⁕ พุทเธ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง
' กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทําแล้ว ในพระพุทธเจ้า,
⁕ พุทโธ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง
' ขอพระพุทธเจ้า จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น,
⁕ กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธ
' เพื่อการสํารวมระวัง ในพระพุทธเจ้า ในกาลต่อไป.

ธัมมานุสสติ

⁕ (หันทะ มะยัง ธัมมานุสสตินะยัง กะโรมะ เส)
' (เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความตามระลึกถึงพระธรรมเถิด)
⁕ ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
' พระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, ได้ตรัสไว้ดีแล้ว,
⁕ สันทิฏฐิโก
' เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง,
⁕ อะกาลิโก
' เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้และให้ผลได้ ไม่จํากัดกาล,
⁕ เอหิปัสสิโก
' เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า, ท่านจงมาดูเถิด,
⁕ โอปะนะยิโก
' เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว,
⁕ ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ
' เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน ดังนี้

ธัมมาภิคีติ

⁕ (หันทะ มะยัง ธัมมาภิคีติง กะโรมะ เส)
' (เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความขับคาถา พรรณนาเฉพาะพระธรรมเถิด)
⁕ ส๎วากขาตะตาทิคุณะโยคะวะเสนะ เสยโย
' พระธรรมเป็นสิ่งที่ประเสริฐเพราะประกอบด้วยคุณ, คือ ความที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้วเป็นต้น,
⁕ โย มัคคะปากะปะริยัตติวิโมกขะเภโท
' เป็นธรรมอันจําแนก เป็นมรรค ผล ปรัยัติ และนิพพาน,
⁕ ธัมโม กุโลกะปะตะนา ตะทะธาริธารี
' เป็นธรรมทรงไว้ซึ่งผู้ทรงธรรม, จากการตกไปสู่โลกที่ชั่ว,
⁕ วันทามะหัง ตะมะหะรัง วะระธัมมะเมตัง
' ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมอันประเสริฐนั้น, อันเป็น เครื่องขจัดเสียซึ่งความมืด,
⁕ ธัมโม โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง
' พระธรรมใด เป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของ สัตว์ทั้งหลาย,
⁕ ทุติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง
' ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมนั้น, อันเป็นที่ตั้งแห่ง ความระลึกองค์ที่สองด้วยเศียรเกล้า,
⁕ ธัมมัสสาหัส๎มิ ทาโส (ทาสี) วะ ธัมโม เม สามิกิสสะโร
' ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระธรรม, พระ ธรรมเป็นนาย มีอิสระเหนือข้าพเจ้า,
⁕ ธัมโม ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม
' พระธรรมเป็นเครื่องกําจัดทุกข์, และ ทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า,
⁕ ธัมมัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง
' ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้ แด่พระธรรม,
⁕ วันทันโตหัง (ตีหัง) จะริสสามิ ธัมมัสเสวะ สุธัมมะตัง
' ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ จักประพฤติตาม, ซึ่ง ความดีงามของพระธรรม,
⁕ นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง ธัมโม เม สะระณัง วะรัง
' สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี, พระธรรม เป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า,
⁕ เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน
' ด้วยการกล่าวคําสัตย์นี้, ข้าพเจ้าพึงเจริญ ในพระศาสนา ของพระศาสดา,
⁕ ธัมมัง เม วันทะมาเนนะ (มานายะ) ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ
' ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ ซึ่งพระธรรม, ได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้,
⁕ สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา
' อันตรายทั้งปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า, ด้วย เดชแห่งบุญนั้น.

(กราบหมอบลงว่า)
⁕ กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา
' ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี,
⁕ ธัมเม กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง
' กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทําแล้ว ในพระธรรม,
⁕ ธัมโม ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง
' ขอพระธรรม จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น,
⁕ กาลันตะเร สังวะริตุง วะ ธัมเม
' เพื่อการสํารวมระวัง ในพระธรรม ในกาลต่อไป.

สังฆานุสสติ

⁕ (หันทะ มะยัง สังฆานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส)
' (เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความตามระลึกถึงพระสงฆ์เถิด)
⁕ สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
' สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติดีแล้ว,
⁕ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
' สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, หมู่ใด, ปฏิบัติตรง แล้ว,
⁕ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
' สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว,
⁕ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
' สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด, ปฏิบัติสมควรแล้ว
⁕ ยะทิทัง
' ได้แก่บุคคลเหล่านี้ คือ,
⁕ จัตตาริ ปุริสะยุคานิ
' คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่,
⁕ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา
' นับเรียงตัวบุรุษ ได้ ๘ บุรุษ,
⁕ เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
' นั่นแหละ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า,
⁕ อาหุเนยโย
' เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขานํามาบูชา,
⁕ ปาหุเนยโย
' เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ,
⁕ ทักขิเณยโย
' เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน,
⁕ อัญชะลีกะระณีโย
' เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทําอัญชลี,
⁕ อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ
' เป็นเนื้อนาบุญของโลก,ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้

สังฆาภิคีติ

⁕ (หันทะ มะยัง สังฆาภิคีติง กะโรมะ เส)
' (เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทำความขับคาถา พรรณนาเฉพาะพระสงฆ์เถิด)
⁕ สัทธัมมะโช สุปะฏิปัตติคุณาทิยุตโต
' พระสงฆ์ที่เกิดโดยพระสัทธรรม, ประกอบด้วยคุณมีความ ปฏิบัติดีเป็นต้น,
⁕ โยฏฐัพพิโธ อะริยะปุคคะละสังฆะเสฏโฐ
' เป็นหมู่แห่งพระอริยบุคคลอันประเสริฐแปดจําพวก,
⁕ สีลาทิธัมมะปะวะราสะยะกายะจิตโต
' มีกายและจิต อันอาศัยธรรมมีศีลเป็นต้นอันบวร,
⁕ วันทามะหัง ตะมะริยานะ คะณัง สุสุทธัง
' ข้าพเจ้าไหว้หมู่แห่งพระอริยเจ้าเหล่านั้น, อันบริสุทธิ์ ด้วยดี,
⁕ สังโฆ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง
' พระสงฆ์หมู่ใด, เป็นสรณะอันเกษม สูงสุด ของสัตว์ทั้งหลาย,
⁕ ตะติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง
' ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์หมู่นั้น, อันเป็นที่ตั้งแห่งความ ระลึกองค์ที่สาม ด้วยเศียรเกล้า,
⁕ สังฆัสสาหัส๎มิ ทาโส (ทาสี) วะ สังโฆ เม สามิกิสสะโร
' ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระสงฆ์, พระสงฆ์ เป็นนาย มีอิสระเหนือข้าพเจ้า,
⁕ สังโฆ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม
' พระสงฆ์เป็นเครื่องกําจัดทุกข์, และ ทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า,
⁕ สังฆัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง
' ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้ แด่พระสงฆ์,
⁕ วันทันโตหัง (ตีหัง) จะริสสามิ สังฆัสโสปะฏิปันนะตัง
' ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม, ซึ่ง ความปฏิบัติดี ของพระสงฆ์,
⁕ นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง สังโฆ เม สะระณัง วะรัง
' สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี, พระสงฆ์ เป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า,
⁕ เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน
' ด้วยการกล่าวคําสัตย์นี้, ข้าพเจ้าพึงเจริญ ในพระศาสนา ของพระศาสดา,
⁕ สังฆัง เม วันทะมาเนนะ (มานายะ) ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ
' ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ ซึ่งพระสงฆ์, ได้ขวนขวายบุญใด ในบัดนี้,
⁕ สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา.
' อันตรายทั้งปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า, ด้วยเดชแห่งบุญนั้น.

(กราบหมอบลงว่า)
⁕ กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา
' ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี,
⁕ สังเฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง
' กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทําแล้ว ในพระสงฆ์,
⁕ สังโฆ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง
' ขอพระสงฆ์ จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น,
⁕ กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ.
' เพื่อการสํารวมระวัง ในพระสงฆ์ ในกาลต่อไป.

บทกรวดน้ำอิมินา หรืออุททิสสนาธิฏฐานคาถา

⁕ (หันทะ มะยัง อุททิสสะนาธิฏฐานะคาถาโย ภะณามะ เส)
' (เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงสวดคาถาอุทิศและอธิษฐานเถิด)
⁕ อิมินา ปุญญะกัมเมนะ
' ด้วยบุญนี้ อุทิศให้

⁕ อุปัชฌายา คุณุตตะรา
' อุปัชฌาย์ ผู้เลิศคุณ

⁕ อาจริยูปะการา จะ
' และอาจารย์ ผู้เกื้อหนุน

⁕ มาตาปิตา จะ ญาตะกา (ปิยา มะมัง)
' ทั้งพ่อแม่ และปวงญาติ (ผู้เป็นที่รักของข้าพเจ้า)

⁕ สุริโย จันทิมา ราชา
' สูรย์จันทร์ และราชา

⁕ คุณะวันตา นะราปิ จะ
' ผู้ทรงคุณ หรือสูงชาติ

⁕ พ๎รัห๎มะมารา จะ อินทา จะ
' พรหมมาร และอินทราช

⁕ โลกะปาลา จะ เทวะตา
' ทั้งเทวยเทพและโลกบาล

⁕ ยะโม มิตตา มะนุสสา จะ
' ยมราช มนุษย์มิตร

⁕ มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ
' ผู้เป็นกลาง ผู้จองผลาญ

⁕ สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ
' ขอให้เป็นสุขศานติ์ ทุกทั่วหน้าอย่าทุกข์ทน

⁕ ปุญญานิ ปะกะตานิ เม
' บุญผองที่ข้าพเจ้าทํา จงช่วยอํานวยสุภผล

⁕ สุขัง จะ ติวิธัง เทนตุ
' ให้สุข สามอย่างล้น

⁕ ขิปปัง ปาเปถะ โว มะตัง
' ให้ลุถึงนิพพานพลัน

⁕ อิมินา ปุญญะกัมเมนะ
' ด้วยบุญนี้

⁕ อิมินา อุททิเสนะ จะ
' แลอุทิศให้ปวงสัตว์

⁕ ขิปปาหัง สุละเภ เจวะ
' เราพลันได้ซึ่งการตัด

⁕ ตัณหุปาทานะเฉทะนัง
' ตัวตัณหา อุปาทาน

⁕ เย สันตาเน หินา ธัมมา
' สิ่งชั่ว ในดวงใจ

⁕ ยาวะ นิพพานะโต มะมัง
' กว่าเราจะถึงนิพพาน

⁕ นัสสันตุ สัพพะทา เยวะ
' มลายสิ้น จากสันดาน

⁕ ยัตถะ ชาโต ภะเว ภะเว
' ทุกๆ ภพที่เราเกิด

⁕ อุชุจิตตัง สะติปัญญา
' มีจิตตรง และสติทั้งปัญญาอันประเสริฐ

⁕ สัลเลโข วิริยัมหินา
' พร้อมทั้งความเพียรเลิศเป็นเครื่องขูดกิเลสหาย

⁕ มารา ละภันตุ โนกาสัง
' โอกาส อย่าพึงมีแก่หมู่มารสิ้นทั้งหลาย

⁕ กาตุญจะ วิริเยสุ เม
' เป็นช่องประทุษร้าย ทําลายล้าง ความเพียรจม

⁕ พุทธาทิปะวะโร นาโถ
' พระพุทธผู้บวรนาถ

⁕ ธัมโม นาโถ วะรุตตะโม
' พระธรรมที่พึ่งอุดม

⁕ นาโถ ปัจเจกะพุทโธ จะ
' พระปัจเจกะพุทธสมบท

⁕ สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง
' พระสงฆ์ที่พึ่งผยอง

⁕ เตโสตตะมานุภาเวนะ
' ด้วยอานุภาพนั้น

⁕ มาโรกาสัง ละภันตุ มา ฯ
' ขอหมู่มาร อย่าได้ช่อง

⁕ ทะสะปุญญานุภาเวนะ
' ด้วยเดชบุญ ทั้งสิบป้อง

⁕ มาโรกาสัง ละภันตุ มา
' อย่าเปิดโอกาสแก่มารเทอญ.




⁛ ⁛ ⁛ ⁛ ⁛

Successful Alert !!!
Failure Alert !!!
Warning Alert !!!